ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เครื่องปรับอากาศและบริการ
dot
bulletเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน
bulletเครื่องปรับอากาศรถยนต์
bulletบริการซ่อม-ล้าง-ติดตั้งแอร์
bulletสินค้ามือสองและโปรโมชั่น
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletพุทธวจนคำสอนพระพุทธเจ้า
bulletwww.facebook.com
bulletหมอเขียว
dot
Newsletter

dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แอมเวย์ประเทศไทย


สาระน่ารู้เรื่องแอร์

 

 

 



เครื่องปรับอากาศภายในบ้านarticle

 หลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศ - เครื่องทำความเย็น

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า การปรับอากาศ ความหมายคือ ปรับให้อากาศเย็นหรือร้อนก็ได้ ถ้าพูดถึงปรับอากาศให้เย็น เราจะนึกถึงคำว่าแอร์นั่นเอง ในที่นี้เราจะพูดคุยกันอย่างง่ายๆ ถามว่าแอร์เกี่ยวกับความร้อนหรือไม่ เกี่ยวแน่นอน เพราะแอร์เป็นตัวนำความร้อนจากภายในห้อง ออกไปทิ้งข้างนอก ทิ้งอย่างไรมันมีขบวนการของมันโดยใช้เครื่องมือ 4 ตัว คือ

1. EVAPPORATOR
2. COMPRESSOR
3. CONDENSER
4. CAPILLARY TUBE

EVAPPORATOR คือเครื่องระเหย หรือที่ช่างแอร์เรียกว่า คอล์ยเย็น การทำงานของมันคือ ดูดความร้อนจากภายในห้อง โดยมีมอเตอร์พัดลมเป็นตัวดูดเข้ามา ผ่านช่องที่เรียกว่า RetumAir ซึ่งมี Filter เป็นตัวกรองฝุ่นให้ก่อน แล้วความร้อนที่ถูกดูดเข้ามานั้น จะมาสัมผัสกับคอล์ยเย็นซึ่งมีนำยาแอร์(ของเหลว) ซึ่งอุณหภูมิติดลบ วิ่งอยู่ในท่อนั้น จะเกิดการระเหยเป็นไอ(แรงดันต่ำ)

COMPRESSOR คือเครื่องอัดไอ การทำงานหรือหน้าที่ของมันคือ ดูดไอ(แรงดันตำ) ซึ่งเกิดจากการระเหยภายในคอล์ยเย็น ทำการอัดให้เป็นไอ(แรงดันสูง) อุณหภูมิสูง เพื่อส่งไประบายความร้อนต่อไป

CONDENSER คือเครื่องควบแน่น หรือช่างแอร์เรียกว่า คอล์ยร้อน หน้าที่ของมันคือรับไอร้อนที่ถูกCOMPRESSOR อัดจนร้อนและมีอุณหภูมิสูง เข้ามาในแผงพื้นที่ของมัน จากไอที่มีอุณหภูมิสูง เมื่อมาเจอกับอากาศภายในห้อง ซึ่งมีอุณหภูมิตำกว่า ความร้อนจึงถูกถ่ายเทออกไปได้โดยไอร้อนนั้น จะควบแน่นกลายเป็นของเหลว(แรงดันสูง-อุณหภูมิสูง)แต่มีมอเตอร์พัดลมเป็นตัวช่วยระบายความร้อนออกไปให้เร็วขึ้น เมื่อเป็นของเหลวแล้วก็สามารถกลับมารับความร้อนภายในห้องได้อีก แต่ของเหลวนั้นยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ จึงต้องทำให้อุณหภูมินั้นลดลงก่อน

CAPILLARY TUBE คือท่อลดแรงดันหรือท่อรูเข็ม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเล็กมาก ช่างแอร์จะเรียกว่า แค๊ปทิ้ว หน้าที่ของมันคือลดแรงดันของน้ำยาแอร์(ของเหลว)จากที่ถูกระบายความร้อนแล้ว ยังมีอุณหภูมิสูง-แรงดันสูง เมื่อมาเจอท่อรูเข็ม ทำให้ของเหลวอั้น ผ่านได้น้อย ทำให้ของเหลวนั้น มีอุณหภูมิลดลง และแรงดันลดลง น้ำยาแอร์(ของเหลว)และไหลพอดีเหมาะสมกับพื้นที่ของคอล์ยเย็ย เพื่อที่จะมารับความร้อน ในห้องได้อีกครั้ง

หลังจากได้ทราบถึงวงจรการทำงานของเครื่องปรับอากาศแล้ว เราจะมาศึกษาถึงที่มาที่ไปบ้าง

คำว่า BTU ที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ เป็นหน่วยความร้อน ย่อมาจาก BRITISH THERMAL UNIT ส่วนที่เรียกว่า แอร์ 1 ตัน, 2 ตัน คำว่าตันนั้น หมายถึงตันความเย็น เป็นประสิทธิภาพในการทำความเย็น ที่เรียกตันความเย็น มีที่มาดังนี้

น้ำ ทำให้เป็นนำแข็ง 1 ตัน (2000 Ib) ใน1วัน (24 ช.ม)
ค่าความร้อนแฝงการทำละลายของน้ำแข็ง 144 BTU / น้ำแข็ง 1 ปอนด์
2000 Ib x 144 BTU/Ib 1ตัน = 12000 BTU/h
24h

ส่วนใหญ่แอร์ 1ตัน ประมาณ 12000 BTU ถ้าตันครึ่งหมายถึง 18000 BTU เป็นต้น

ต่อไปจะเปรียบเทียบ ระหว่างแอร์ธรรมดา กับแอร์ เบอร์ 5
กรณีเป็นแอร์ เบอร์5 หรือค่า EER=10.6 ขึ้นไป (EER= ENERGY EFFICIENCY RATIO)
หมายความว่า ประสิทธิภาพการทำความเย็น หรือ BTU
กำลังไฟฟ้า watt
สมมุติว่าแอร์ 12000 BTU. ใช้กำลังไฟฟ้าจากคอมเพรสเซอร์ทำงาน 1000 watt จะได้ค่า EER= 12000 =12 นั่นคือได้เบอร์5 เพราะ EER เกิน 10.6
1000
แต่ถ้าแอร์ 12000 BTU.ใช้กำลังไฟฟ้าจากคอมเพรสเซอร์ทำงาน 1200 watt จะได้ค่า EER= 12000 =10นั่นคือไม่ได้เบอร์5เพราะ EER ไม่ถึง 10.6
1200

ถ้าเปรียบเทียบกับแอร์ มาเป็นคนละ จะเห็นว่า 2 คน ทำงานเท่ากันแต่คนหนึ่งกินข้าวมากกว่า ส่วนอีกคนกินข้าวน้อย เราควรจะเลือกใช้คนแบบไหนดี

มาดูต่อเรื่อง Compressor เราจะพูดถึงแต่Com. ที่ใช้กับแอร์บ้าน เรียงลำดับตามประสิทธิภาพ

1. แบบลูกสูบ ประสิทธิภาพดีที่สุด ข้อเสีย เสียงดัง กินไฟ
2.แบบสกรอล ประสิทธิภาพ รองลงมา แต่ทนกว่า กินไฟปานกลาง มีตั้งแต่ 18000 BTU ขึ้นไป
3.แบบโรตารี่ ประสิทธิภาพ กินไฟน้อย เสียงเงียบ ราคาถูก ขนาดใหญ่สุดมีแค่ 36000 BTU

การทำงานของแอร์บ้าน จะเป็นการระบายความร้อนทางตรง หรือระบายความร้อนด้วยอากาศ คือน้ำยาแลกเปลี่ยนความร้อน กับอากาศ โดยตรง
 

 

เครื่องปรับอากาศรถยนต์

 

ปัญหายอดฮิตที่ท่านผู้ใช้รถ มักจะประสบพบเจอกันอยู่บ่อยๆ คือแอร์ไม่เย็น ซึ่งแบ่งเป็นปัญหาหลักๆ ได้ 8 ประเภท

   
1.น้ำยาแอร์ไม่เต็มระบบ(น้ำยาขาด) เกิดจากปริมาณน้ำยาแอร์ที่ส่งจากคอมเพรสเซอร์เพิ่มแรงดัน เข้าสู่แผงคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ทำให้น้ำยาแอร์เข้าไปดูดจับความร้อนภายในห้องโดยสารได้น้อย ส่งผลให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารสูง  เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งการใช้งานที่ยาวนานโดยไม่เคยตรวจเช็คระดับน้ำยา หรือการรั่วซึมของระบบ การแก้ปัญหาในกรณีนี้คือนำรถไปที่ร้านแอร์รถยนต์ ให้ช่างเติมน้ำยาพร้อมทั้งตรวจเช็คน้ำมันคอมเพรสเซอร์ด้วย 
    2.ตู้แอร์รั่ว เกิดรอยรั่วตามจุดต่างๆ จะทำให้แรงดันของน้ำยาแอร์ในระบบลดลง การรั่วซึมเหล่านี้เป็นสาเหตุของแอร์ไม่เย็นได้เช่นกัน อาการแบบนี้ท่านเจ้าของรถสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตนเอง โดยนำน้ำผสมสบู่หรือแชมพูตีให้เกิดฟอง แล้วนำไปชะโลมตามท่อหรือจุดที่สงสัยว่าจะมีการรั่ว แรงดันที่รั่วออกมาจะทำให้ฟองสบู่ขยายตัวขึ้น หากเกิดตามข้อต่อให้ท่านลองขันข้อต่อให้แน่นก่อน แต่ถ้าหากเกิดการรั่วซึมตามท่อ ควรทำการเปลี่ยนใหม่ หากปล่อยไว้การรั่วไหลของน้ำยาแอร์อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ 
    3.ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์ร้อนระบายความร้อนได้ไม่พียงพอ เกิดจากพัดลมหน้าคอยล์ร้อนไม่ทำงาน หรือทำงานน้อยทำให้น้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ไม่มีการระบายความร้อน  น้ำยาแอร์ที่ส่งเข้าคอยล์เย็นจึงมีอุณหภูมิสูง เป็นสาเหตุของแอร์ไม่เย็น
    ในกรณีนี้แอร์จะเย็นก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนที่ของรถ เพราะมีลมเข้ามาปะทะแผงคอยล์ร้อน ช่วยระบายความร้อนลงไปได้ แต่เมื่อรถจอดนิ่งหรืออยู่ในสภาพการจราจรที่ติดขัด คอยล์ร้อนก็จะไม่สามารถระบายความร้อนได้ ทำให้แอร์ไม่เย็น สำหรับการตรวจเช็คให้ดูการทำงานของพัดลม ถ้าไม่หมุนหรือหมุนแต่มีเสียงดัง แนะนำให้ท่านปรึกษาช่างเพื่อทำการตรวจเช็คหรือเปลี่ยนพัดลมคอยล์ร้อนใหม่
    4.ลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ไม่มีกำลังอัด ทำให้แรงดันของน้ำยาที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์มีน้อย ส่งผลให้แรงดันน้ำยาที่ฉีดเข้าคอยล์เย็นมีน้อย ไม่สามารถดูดซับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ สังเกตุได้ง่ายๆ เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดแอร์ แอร์จะไม่เย็นหรือเย็นบ้างไม่มากนัก แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์เย็น แสดงว่าลูกสูบคอมเพรสเซอร์แอร์ของท่านหลวมไปแล้ว แก้ปัญหาได้โดยเปลี่ยนลูกสูบใหม่ ไม่นิยมซ่อมเพราะค่าใช้จ่ายพอๆ กับการซ่อมคอมเพรสเซอร์เลยทีเดียว
    5.ชุดวาล์วและดรายเออร์อุดตัน ในกรณีนี้จะทำให้น้ำยาแอร์ที่ฉีดออกจากคอมเพรสเซอร์ ผ่านเข้าไปในคอยล์เย็นได้ไม่สะดวก ปริมาณน้ำยาแอร์จึงไม่เพียงพอที่จะดูดจับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ ในขณะที่สตาร์ทเครื่องยนต์เดินเบา แอร์จะเย็นไม่มากและมีเสียงดังบริเวณตู้แอร์ แต่เมื่อเร่งเครื่องแล้วแอร์จะเย็น นั่นแสดงถึงการอุดตันของวาล์วหรือดรายเออร์ วิธีแก้ปัญหาคือเปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่ ทั้งนี้ควรจะเปลี่ยนพร้อมกันทั้งสองอย่าง เพราะดรายเออร์ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกจากน้ำยาแอร์ เมื่อวาล์วแอร์อุดตันก็แสดงว่าดรายเออร์ชำรุดแล้ว
    6.คลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท เกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ส่งมายังคลัตช์มีปริมาณน้อย  ไม่เพียงพอที่จะทำให้คลัตช์แม่เหล็กติดเข้ากับมู่เล่ย์ได้ เกิดอาการฟรีหรือลื่นในบางจังหวะ ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานบ้างไม่ทำบ้าง แอร์จึงเย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นเลย การตรวจเช็คและแก้ไขสามารถดูได้ 3 จุดคือ ระบบสายไฟที่ส่งมายังคอมเพรสเซอร์มีการขาดหรือไม่ ชุดสวิตช์เซ็นเซอร์ควบคุมความเย็น(เทอร์โมสตัท)ชำรุดหรือไม่ และสุดท้ายหน้าคลัตช์เรียบหรือไม่ ถ้าหน้าคลัตช์ไม่เรียบ ก็อาจเป็นสาเหตุให้คลัตช์จับไม่สนิทก็เป็นได้
    7.สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนเกินไป เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานสายพานที่รับกำลังจากเครื่องยนต์เพื่อมาฉุดคอมเพรสเซอร์นั้นจะเกิดการฟรี ไม่มีกำลังจะมาฉุดคอมเพรสเซอร์ให้ทำงานได้ สังเกตได้เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานจะมีเสียงสายพานดังขึ้นมาด้วย การแก้ปัญหาคือการปรับตั้งความตึงของสายพานให้เหมาะสม หรือถ้าสายพานมีรอยแตกร้าว ให้เปลี่ยนใหม่ทันที
      8.การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท ไม่ตรงกับชนิดของเครื่องปรับอากาศ จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลง และก่อให้เกิดผลเสียตามมาเช่น อุณหภูมิและแรงดันของน้ำยาแอร์อาจสูงขึ้น จนคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์ในระบบเสียหาย ถึงแม้จะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด แต่ต่อไปในระยะยาวจะเกิดผลเสียกับระบบอย่างแน่นอน

หน้า 1/1
1
[Go to top]



Copyright © 2012 All Rights Reserved.
บริษัท ...อรุณแอร์พัทลุง... ที่อยู่เลขที่ ....20...ตำบลคูหาสวรรค์ ...อำเภอ เมือง จังหวัด : พัทลุง... รหัสไปรษณีย์ : .93000... เบอร์โทร 074-671763,074-671886..fax 074-671773.....มือถือ : 086-4909906,086-4909904 . อีเมล : ..arun_airphattalung@hotmail.com.... เว็บไซต์ : .arunairpt.com...